คำญี่ปุ่นของวันนี้คือ 疲れた(tsukareta/ทสึคาเรตะ) ครับ!
เป็นรูปหนึ่งของกริยา 疲れる(tsukareru/ทสึคาเรรุ) ที่แปลว่า “เหนื่อย, อ่อนล้า” นะครับ
ภาพหลักของคำนี้คือ “ใช้แรงกายแรงใจไปจนหมด แล้วมันก็ทำงานได้แย่ลง” ดังนั้น 疲れた = “เหนื่อยแล้ว / หมดแรงแล้ว” ครับ!
疲れた (tsukareta) แปลว่าอะไร ภาพหลักคือ “แรงถูกใช้จนหมด”
疲れた(อ่านว่า tsukareta/ทสึคาเรตะ)คือรูปอดีต (รูป た) ของกริยา 疲れる(tsukareru/ทสึคาเรรุ) แปลว่า “เหนื่อยแล้ว” “หมดแรงแล้ว” “ล้าแล้ว”
พจนานุกรมญี่ปุ่น デジタル大辞泉 อธิบายความหมายของ 疲れる ไว้ว่า 「体力や気力を消耗してその働きが衰える」 ซึ่งแปลได้ว่า “ใช้แรงกายหรือแรงใจไปจนสิ้นเปลือง จนการทำงานของมันเสื่อมถอยลง” ครับ
เพราะฉะนั้นคำนี้ไม่ได้แปลแค่ “เพลีย” เฉย ๆ แต่มีภาพของ “พลังที่เคยมีอยู่ ถูกใช้ไปจนพร่อง” ติดมาด้วยเสมอ
แล้วนี่คือจุดที่คนไทยสะดุดกันเยอะที่สุดครับ
ภาษาไทย “เหนื่อย” เป็นคำบอก “สภาพตอนนี้” แต่ภาษาญี่ปุ่น 疲れた เป็นรูป “จบแล้ว” คือ “เปลี่ยนเข้าสู่สภาพเหนื่อยเรียบร้อยแล้ว” นั่นเองครับ!
อ๋อ… แปลว่าคนญี่ปุ่นไม่ได้พูดว่า “ผมเหนื่อย” แต่พูดว่า “ผมเหนื่อยไปเรียบร้อยแล้ว” เหรอครับ?
ใช่เลยครับ! เข้าใจได้ตรงมากเลย
คนญี่ปุ่นมองว่า “ความเหนื่อย” คือ การเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ไม่ใช่คุณสมบัติที่ติดตัว เมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นเสร็จแล้ว ก็เลยใช้รูปอดีต 疲れた แล้วผลของมันก็ยังค้างอยู่ถึงตอนนี้ครับ
ประโยคตัวอย่างพื้นฐานของ 疲れた
【แบบกันเอง:疲れた/tsukareta/ทสึคาเรตะ】
・ああ、疲れた。
(Ā, tsukareta./อา ทสึคาเรตะ)
“โอ๊ย เหนื่อยจัง”・今日はすごく疲れた。
(Kyō wa sugoku tsukareta./เคียว วะ ซุโกกุ ทสึคาเรตะ)
“วันนี้เหนื่อยมากเลย”【แบบสุภาพ:疲れました/tsukaremashita/ทสึคาเรมาชิตะ】
・長い会議で少し疲れました。
(Nagai kaigi de sukoshi tsukaremashita./นางาอิ ไคงิ เดะ ซุโคชิ ทสึคาเรมาชิตะ)
“ประชุมยาวเลยเหนื่อยนิดหน่อยครับ”【พูดถึงคนอื่น:疲れている/tsukarete iru/ทสึคาเรเตะ อิรุ】
・彼は疲れているようだ。
(Kare wa tsukarete iru yō da./คาเระ วะ ทสึคาเรเตะ อิรุ โย ดะ)
“เขาดูเหนื่อย ๆ นะ”※อ้างอิงคำนิยาม「デジタル大辞泉(小学館)/コトバンク」
疲れる ผันเป็น 疲れた ได้ยังไง? รูปที่ต้องจำมีแค่ไม่กี่รูป
疲れる เป็นกริยาที่ตำราญี่ปุ่นเรียกว่า 下一段動詞(shimo-ichidan dōshi) หรือที่ตำราสอนชาวต่างชาติเรียกว่า กริยากลุ่ม 2 (ru-verb) ครับ
กลุ่มนี้ผันง่ายที่สุด คือ ตัด る ทิ้ง แล้วเติมหางที่ต้องการเข้าไป เท่านั้นเอง
รูปผันของ 疲れる ที่ใช้บ่อยที่สุด
●疲れる(tsukareru/ทสึคาเรรุ)⇒ “เหนื่อย” รูปพจนานุกรม
●疲れます(tsukaremasu/ทสึคาเรมัส)⇒ รูปสุภาพ
●疲れた(tsukareta/ทสึคาเรตะ)⇒ “เหนื่อยแล้ว” กันเอง ← ที่ใช้บ่อยที่สุด
●疲れました(tsukaremashita/ทสึคาเรมาชิตะ)⇒ “เหนื่อยแล้วครับ” สุภาพ
●疲れない(tsukarenai/ทสึคาเรไน)⇒ “ไม่เหนื่อย”
●疲れている(tsukarete iru/ทสึคาเรเตะ อิรุ)⇒ “อยู่ในสภาพเหนื่อย”
●疲れてる(tsukareteru/ทสึคาเรเตรุ)⇒ แบบเดียวกัน แต่ตัด い ทิ้งในภาษาพูด
●疲れ(tsukare/ทสึคาเระ)⇒ คำนาม “ความเหนื่อย, ความล้า”
ผันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยครับ แต่ถ้ามีทั้ง 疲れた กับ 疲れている แล้วจะเลือกยังไงดีล่ะครับ?
1. 疲れた ใช้กับ “ตัวเอง ณ ตอนนี้” — เป็นเสียงที่หลุดออกมาจากใจ
疲れた เป็นคำที่คนญี่ปุ่นเปล่งออกมาแทบจะอัตโนมัติ ตอนวางกระเป๋าลงหลังกลับถึงบ้าน ตอนนั่งลงบนเก้าอี้หลังเดินทั้งวัน
จุดสำคัญคือมันเป็น เสียงของความรู้สึกที่หลุดออกมา ไม่ใช่การรายงานข้อมูล เพราะฉะนั้นมันจึงเข้ากับตัวผู้พูดเองมากที่สุดครับ
2. 疲れている ใช้ “บรรยายสภาพ” โดยเฉพาะสภาพของคนอื่น
ถ้าจะพูดถึงคนอื่น การใช้ 疲れた เฉย ๆ จะฟังแปลก เพราะเราไม่ได้เป็นเจ้าของความรู้สึกนั้น กรณีนี้ให้ใช้ 疲れている หรือเติมคำคาดคะเน เช่น 疲れているみたい(tsukarete iru mitai)”ดูเหมือนจะเหนื่อย” แทนครับ
疲れた = ประกาศ “การเปลี่ยนแปลง” ที่เพิ่งเกิดกับตัวเอง
⇒ 疲れている = บรรยาย “สภาพที่กำลังดำเนินอยู่” ใช้กับคนอื่นได้ธรรมชาติกว่า
ลองเทียบกันตรง ๆ นะครับ
○ 疲れた!(ตัวเราเอง ตอนนี้ เหนื่อยมาก)
△ 田中さんは疲れた。(ฟังเหมือนเราไปอ่านใจคุณทานากะ)
○ 田中さんは疲れている。(มองเห็นสภาพของคุณทานากะแล้วบรรยายออกมา)
เห็นความต่างชัดเลยใช่ไหมครับ?
อ๋อ… ของตัวเองใช้ 疲れた ของคนอื่นใช้ 疲れている ครับ จำง่ายดี!
ใช้ 疲れた ตอนไหนได้บ้าง? และฉากที่ “ไม่ควรพูด”
疲れた เป็นคำกลาง ๆ ที่ไม่หยาบเลย แต่เพราะมันเป็นคำที่ปล่อยความรู้สึกตัวเองออกมา จึงมี ฉากที่พูดแล้วเสียมารยาทโดยไม่รู้ตัว อยู่ครับ
ดูเป็นฉาก ๆ! 疲れた ใช้ได้ / ไม่ควรใช้
●◎ กลับถึงบ้าน พูดกับตัวเองหรือคนในครอบครัว
「ただいま。ああ、疲れた。」(Tadaima. Ā, tsukareta.)
⇒ “กลับมาแล้ว โอ๊ย เหนื่อยจัง” — เป็นธรรมชาติที่สุด
●◎ คุยกับเพื่อนหลังเลิกเรียน
「今日のテスト、めっちゃ疲れたね。」(Kyō no tesuto, meccha tsukareta ne.)
⇒ “สอบวันนี้เหนื่อยสุด ๆ เลยเนอะ”
●△ พูดกับหัวหน้าหรือลูกค้าว่าตัวเองเหนื่อย
「疲れました。」(Tsukaremashita.)
⇒ ถึงจะเป็นรูปสุภาพ แต่ฟังเหมือน “บ่น” ว่างานหนัก อาจให้ความรู้สึกไม่ดีได้
●× ใช้เป็นคำทักทายในที่ทำงาน
⇒ ตอนสวนกันในออฟฟิศหรือตอนกลับบ้าน คนญี่ปุ่นไม่พูด 疲れた แต่พูดว่า
「お疲れ様です。」(Otsukaresama desu./โอทสึคาเรซามะ เดสุ)ครับ
พูดง่าย ๆ คือ 疲れた เป็นคำที่หันเข้าหาตัวเอง ครับ
เวลาอยากพูดถึงความเหนื่อยของ “อีกฝ่าย” หรืออยากขอบคุณที่เขาทำงานหนัก คนญี่ปุ่นจะเปลี่ยนไปใช้สำนวนอื่นแทน แล้วในที่ทำงานสำนวนนั้นก็คือ お疲れ様です นั่นเองครับ
คำเดียวกันแท้ ๆ แต่หันเข้าหาตัวเองกับหันไปหาคนอื่นแล้วต่างกันขนาดนี้เลยเหรอครับ…
คำใกล้เคียงกับ 疲れた: くたびれた / 眠い / だるい ต่างกันตรงไหน?
ในเมื่อจำ 疲れた ได้แล้ว เรามาเก็บคำที่ความหมายใกล้กันไปพร้อมกันเลยดีกว่าครับ!
くたびれた、眠い、だるい ก็แปลว่า “ไม่มีแรง” เหมือนกัน แต่ “สาเหตุ” และ “ส่วนของร่างกายที่รู้สึก” ต่างกันหมดเลย นะครับ
คำใกล้เคียงของ 疲れた
⇒ くたびれた(kutabireta)/眠い(nemui)/だるい(darui)/疲労(hirō)
โห… แยกกันยังไงดีล่ะครับ เห็นแล้วงงเลย
ลองสรุปเป็นภาพแบบนี้นะครับ!
疲れた⇒「แรงถูกใช้ไปจนพร่อง」=คำมาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์
くたびれた⇒「เหนื่อยจนยับ เหนื่อยหนักกว่า 疲れた」=ล้าจนหมดสภาพ (ใช้กับของที่เก่ายับได้ด้วย)
眠い⇒「อยากนอน ตาจะปิดแล้ว」=ง่วง (ไม่ได้แปลว่าเหนื่อย)
だるい⇒「ตัวหนักอึ้ง ขยับไม่อยากขยับ」=เนือย ตัวหนัก (มักมาพร้อมอาการไม่สบาย)
ประมาณนี้ครับ!
อ๋อ… 疲れた คือ “แรงหมด”, くたびれた คือ “หมดสภาพ”, 眠い คือ “ง่วง”, だるい คือ “ตัวหนัก” — คนละจุดกันเลยนะครับเนี่ย
ถูกต้องครับ! และถ้าเป็นภาษาเขียนหรือข่าว จะเจอคำนามศัพท์จีน 疲労(hirō/ฮิโร) ที่แปลว่า “ความอ่อนล้า” แทนครับ
ลองดูตัวอย่างจริงกันครับ
ดูจากสถานการณ์จริง! ความต่างของ 疲れた / くたびれた / 眠い / だるい
●三時間歩いて疲れた。
(San-jikan aruite tsukareta.)
“เดินสามชั่วโมงเลยเหนื่อย” ⇒ แรงถูกใช้ไป มาตรฐานที่สุด
●一日中歩き回って、すっかりくたびれた。
(Ichinichi-jū arukimawatte, sukkari kutabireta.)
“เดินวนทั้งวัน หมดสภาพไปเลย” ⇒ ระดับความล้าหนักกว่า จนไม่เหลือแรง
●昨日あまり寝ていないので眠い。
(Kinō amari nete inai node nemui.)
“เมื่อวานนอนน้อย เลยง่วง” ⇒ ไม่ได้พูดถึงแรง แต่พูดถึง “ความอยากนอน”
●熱はないけど、体がだるい。
(Netsu wa nai kedo, karada ga darui.)
“ไม่มีไข้ แต่ตัวหนัก ๆ” ⇒ ความรู้สึกหนักอึ้งของร่างกาย มักโยงกับสุขภาพ
●疲労がたまっている。
(Hirō ga tamatte iru.)
“ความอ่อนล้าสะสม” ⇒ คำนามแบบทางการ ใช้ในข่าว บทความ ใบรับรองแพทย์
ที่มาของคำ 疲れる และคันจิ 疲 — เดิมทีเคยแปลว่า “หิวโหย” ด้วย
มาดูเรื่องรากศัพท์กันบ้างครับ ตรงนี้จะช่วยให้ภาพของคำชัดขึ้นอีกขั้น
ตัวคันจิ 疲 ประกอบด้วยสองส่วน คือ 疒(yamaidare/ยามาอิดาเระ) ซึ่งเป็นธาตุที่แปลว่า “โรค, อาการป่วย” (รูปคนนอนซบอยู่บนเตียง) กับ 皮(hi/ฮิ) ที่ทำหน้าที่บอกเสียงอ่าน
เว็บพจนานุกรมคันจิ 漢字ペディア ของสมาคมการทดสอบความสามารถด้านคันจิแห่งญี่ปุ่น อธิบายไว้ว่า
形声。疒と、音符皮(ヒ)とから成る。病みつかれる意を表す。
คำแปลไทย:เป็นอักษรประเภทรูปผสมเสียง (keisei-moji) เกิดจาก 疒 บวกกับ 皮 ที่เป็นตัวบอกเสียง (ฮิ) สื่อความหมายว่า “ป่วยจนอ่อนล้า”
※อ้างอิง「漢字ペディア(公益財団法人 日本漢字能力検定協会)」
เสียงอ่านแบบจีน (音読み) ของ 疲 คือ ヒ(hi) ซึ่งไปโผล่ในคำศัพท์ทางการหลายคำ เช่น 疲労(hirō/ความอ่อนล้า), 疲弊(hihei/ทรุดโทรม, ย่ำแย่ ใช้กับเศรษฐกิจก็ได้), 疲労困憊(hirō-konpai/อ่อนล้าจนหมดสภาพ)
ส่วนตัวคำญี่ปุ่นแท้นั้น เดิมทีอยู่ในรูป つかる(tsukaru) ซึ่งเป็นกริยาแบบ 下二段 ของภาษาญี่ปุ่นโบราณ แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็น つかれる(疲れる)ในภาษาปัจจุบันครับ
ที่น่าสนใจคือ พจนานุกรม 精選版 日本国語大辞典 ระบุไว้ในหมวดประวัติของคำ (語誌) ว่า ในวรรณคดีคลาสสิก คำนี้ใช้กับความอ่อนแรงที่มาจาก โรคภัย ความชรา และความหิวโหย ด้วย ถึงขนาดที่มีความหมายว่า “อดอยาก (飢える)” อยู่ในพจนานุกรมเลย
หลังยุคกลางเป็นต้นมา ความหมายด้านโรคภัยและความชราหายไป เหลือแต่ความหมาย “เหนื่อย” อย่างที่เราใช้กันทุกวันนี้ครับ
เส้นทางของคำว่า 疲れる
ภาษาญี่ปุ่นโบราณ:つかる(กริยา 下二段)= อ่อนแรงเพราะโรค ความชรา หรือความหิว
↓(ยุคกลางเป็นต้นมา ความหมายเรื่องโรคและความชราหายไป)
↓(รูปกริยาเปลี่ยนจาก 下二段 เป็น 下一段)
ภาษาญี่ปุ่นปัจจุบัน:疲れる = ใช้แรงกายแรงใจจนหมด แล้วการทำงานเสื่อมลง
↓
รูป た:疲れた = “เข้าสู่สภาพเหนื่อยเรียบร้อยแล้ว”
เกร็ดสนุก: 疲れた กับ 憑かれた ออกเสียงเหมือนกันเป๊ะ
คนญี่ปุ่นชอบเล่นมุกอยู่เรื่องหนึ่งครับ นั่นคือ 疲れた(tsukareta/เหนื่อยแล้ว) กับ 憑かれた(tsukareta/ถูกผีเข้า, ถูกวิญญาณสิง) ออกเสียงเหมือนกันทุกประการ
เลยมีคนพูดเล่น ๆ ว่า “ที่เหนื่อยน่ะ เพราะโดนผีเข้ารึเปล่า” แต่ต้องบอกไว้ให้ชัดว่า ในทางภาษาศาสตร์แล้ว สองคำนี้ไม่ได้มีรากศัพท์เดียวกัน เป็นแค่คำพ้องเสียงเท่านั้นนะครับ
พอรู้ที่มาแล้วจะเห็นภาพชัดขึ้นเลยครับ
“ป่วย (疒) จนไม่เหลือแรง” คือรากของตัวคันจิ ส่วนคำญี่ปุ่นแท้ก็เคยกว้างถึงขั้น “หิวจนไม่มีแรง” เลย พูดง่าย ๆ คือ คำนี้พูดถึง “ร่างกายที่พลังหมดไป” มาตั้งแต่ต้นแล้ว นั่นเองครับ!
อ๋อ… พอโยงกับคันจิแล้วจำง่ายขึ้นเยอะเลยครับ!
สรุป: tsukareta (ทสึคาเรตะ/疲れた) แปลว่าอะไร
สรุปเนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับ 疲れた ไว้ตรงนี้ครับ
●疲れた(tsukareta/ทสึคาเรตะ) คือรูป た ของกริยา 疲れる แปลว่า “เหนื่อยแล้ว, หมดแรงแล้ว”
⇒ ภาพหลักคือ “ใช้แรงกายแรงใจไปจนพร่อง แล้วมันทำงานได้แย่ลง”
⇒ ภาษาไทย “เหนื่อย” บอกสภาพ แต่ญี่ปุ่น 疲れた เป็นรูปจบแล้ว = “เปลี่ยนเข้าสู่สภาพเหนื่อยเรียบร้อยแล้ว”
●การเลือกใช้รูป ⇒ พูดถึงตัวเองใช้ 疲れた/疲れました, พูดถึงคนอื่นใช้ 疲れている ถึงจะเป็นธรรมชาติ
●มารยาท ⇒ 疲れた ใช้กับตัวเอง ครอบครัว เพื่อน ได้สบาย แต่ในที่ทำงานอย่าใช้เป็นคำทักทาย ให้ใช้ お疲れ様です แทน
●คำใกล้เคียง ⇒ くたびれた (หมดสภาพกว่า) / 眠い (ง่วง) / だるい (ตัวหนัก) / 疲労 (คำนามทางการ)
●คันจิ ⇒ 疲 = 疒(โรค)+ 皮(เสียง ヒ)เป็นอักษรรูปผสมเสียง สื่อว่า “ป่วยจนอ่อนล้า”
คำว่า 疲れた เป็นคำที่คนญี่ปุ่นพูดกันแทบทุกวันครับ
ถ้าจำได้แค่ประโยคเดียว ให้จำ 「ああ、疲れた。」(Ā, tsukareta.)ไว้ก่อนเลย แล้วลองพูดตอนกลับถึงบ้านวันนี้ดูนะครับ!
เอกสารอ้างอิง
「デジタル大辞泉(小学館)/精選版 日本国語大辞典(小学館)- コトバンク(https://kotobank.jp/word/疲れる-570920)」
「漢字ペディア(公益財団法人 日本漢字能力検定協会)(https://www.kanjipedia.jp/kanji/0005823500)」